วิธีจัดการกับ คนเกลียดขี้หน้าคุณ แบบผู้เจริญแล้ว

Advertisements

การจัดการกับคนที่เกลียดขี้หน้าคุณจะเป็นปัญหาหนักใจสำหรับทุกคน ใช่มันยาก!! โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาบอกว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอารมณ์ส่วนตัวล้วนๆ และไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไหร่ ถ้างั้นคุณจะใช้ชีวิตโดยปราศจากเสียงนกเสียงกาที่พยายามฉุดคุณดิ่งเหวได้อย่างไร?? เอ้านี่ไง 5 วิธีง่ายๆรับมือกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าคุณ และเราก็ยังมีความสุขได้นะคะ

1. ทำความเข้าใจ..

ผู้ที่ทำตัวน่ารังเกียจส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาและปฏิเสธที่จะแก้ไขหรือแม้แต่ที่จะรับรู้ด้วยซ้ำ สาเหตุที่พวกเขาเกลียดคุณ

1) อาจเป็นเพราะพวกเขารังเกียจตัวเอง เค้าถึงรังเกียจคนอื่นไปด้วย

2) สิ่งที่พวกเขาเกลียดจริงๆแล้วมันคือสิ่งที่พวกเขาแอบชื่นชอบในตัวคุณ (หรืออิจฉาคุณนั่นเอง)

ดังนั้นพอพวกเขามีปัญหากับคุณโปรดเข้าใจว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลย แต่มันเป็นปัญหาของพวกเขาเอง พยายามอยู่ห่างๆจากคนเหล่านี้และลองคิดในมุมมองของพวกเขา แทนที่จะรู้สึกเกลียด คุณอาจจะสงสารพวกเขาแทนก็ได้

2. อวยพรให้เค้าจากใจจริง

ทุกคนไม่ว่าสูงส่งแค่ไหนก็หนีคำวิจารณ์หรือคำติฉินนินทาไม่พ้นหรอก ดังนั้นคุณอย่าคิดมากไปเลย จงเมินเฉยใส่พวกเขาและถ้าอวยพรให้พวกเขาได้ก็จงทำซะ คำสาปแช่งหรือคำพูดร้ายๆก็จะย้อนกลับไปหาผู้พูดเองแหละ หรือถ้าอวยพรให้ไปแล้วพวกเขาไม่รับ เดี๋ยวคำอวยพรนั้นก็จะวกกลับมาหาคุณ มีแต่ข้อดีเห็นไหมล่ะ

3. แสดงน้ำใจ

บางทีอาจพูดง่ายแต่ทำยาก อย่างไรก็ตามคุณควรมีน้ำใจแม้แต่กับคนที่ไร้น้ำใจกับคุณ การแสดงน้ำใจไม่จำเป็นต้องสนใจว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน คุณไม่ควรไปตัดสินผู้อื่นจากคำพูดของพวกเค้า แต่สิ่งที่พวกเขาปฏิบัติต่อคุณต่างหากคือสิ่งที่สะท้อนมุมมองและพฤติกรรมของพวกเขาเอง คนไร้น้ำใจส่วนใหญ่มักจะทำตัวไร้มารยาทกับตัวเอง ที่สำคัญยังลามไปถึงคนรอบข้างด้วย

4. เมินเฉยใส่ซะ!!

คนมันเกลียดอ่ะนะ พูดอะไรหรือทำอะไรให้พวกเขาก็ยังเกลียดเราอยู่ดี ฉะนั้นอย่าไปใส่ใจเลย ทางที่ดีคือเราอย่าไปสนใจคำพูดหรือเก็บมันมาคิดให้รกสมอง ใช้ชีวิตของเราเองให้มีความสุขจะดีกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็จะเห็นเองแหละว่าคุณน่ะไม่มีใครทำอะไรได้

5. อย่าไปจงเกลียดจงชัง

ใครเกลียดเราก็อย่าไปเกลียดตอบ เพราะไม่งั้นคุณอาจจะกลายเป็นคนน่ารังเกียจเสียเอง ให้อภัยพวกเขา อวยพรให้เค้าจากใจจริงและอย่าลืมมีน้ำใจและมอบความรักให้แก่พวกเขาด้วยล่ะ

ว่ากันต่อด้วยเรื่องของ…ความโกรธ เกลียด โมโหคนอื่น…

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจทุกคน แต่เกลียดให้ตา ยก็ทำอะไรคนที่คุณเกลียดไม่ได้ ทำได้แต่จุดไฟเผาหรือด่าในใจเท่านั้น ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ความเกลียดระงับได้ด้วยการให้อภัย แต่ในทางปฏิบัติเชื่อว่าต้องมีหลายคนที่พยายามแล้วพยายามอีกก็ยังไม่สามารถให้อภัยหรือให้ความเมตตาคนที่เกลียดได้ ในเมื่อเรายังไม่บรรลุถึงขั้นนั้น มาบรรเทาความเกลียดด้วยวิธีการที่ง่ายกว่านั้นกันดีกว่า

1. ให้สัจจะกับตัวเอง

ในเมื่ออยากเอาชนะความเกลียดก็ต้องตั้งมั่นและให้สัจจะกับตัวเองว่าจะมองข้าม มองผ่านไปให้ได้ ถ้าเราไม่ตั้งมั่น โอนอ่อนไปตามแรงของความเกลียดก็ไม่มีวันที่จะเอาชนะความเกลียดที่เกิดขึ้นในใจไปได้ ของแบบนี้อยู่ที่เราว่าจะให้ความเกลียดที่เหมือนเชื้อโรคอยู่ในใจต่อไป หรือก้าวข้ามผ่านมันไปได้แบบสวย ๆ

2. เกลียดใครก็ไม่ต้องไปนึกถึงความไม่ดีของเขา

ความเกลียดเป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นเอง บางทีคนที่คุณเกลียดก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ความเกลียดส่วนหนึ่งมาจากความคิดซ้ำ ๆ ของคุณเอง คิดวนไปเวียนมาว่าคนที่คุณเกลียดทำอะไรไปบ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งสะสม ยิ่งเคียดแค้น และยิ่งเกลียดขึ้นเป็นลำดับ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยตกอยู่ในวังวนแบบนี้ และหากอยากจะหลุดพ้นก็ง่ายนิดเดียว แค่เลิกคิดถึงคนหรือเรื่องที่ทำให้คุณเกลียด แค่นี้ก็เกลียดน้อยลงแล้ว

3. มองข้ามๆ ไปบ้าง..

วิธีนี้น่าจะง่ายได้ผลที่สุด เมื่อเกลียด ไม่ชอบ เหม็นขี้หน้า ก็อย่าไปสนใจ ใส่ใจ เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา อย่าเอาตัวเองไปผูกรวมกับเขา ทางใครทางมันเป็นดีที่สุด วิธีนี้นอกจากจะทำให้ความเกลียดเบางบางลงแล้ว ยังทำให้ปัญหาที่อาจขึ้นในอนาคตหมดไปด้วย

4. สติและสมาธิ

วิธีนี้ช่วยดับความเกลียดได้เร็วที่สุด แต่ก็ทำยากที่สุดด้วย อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าตามหลักพระพุทธศาสนาความเกลียดระงับได้ด้วยการให้อภัยและความเมตตา ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะเกิดขึ้นด้วยเมื่อคุณมีสติเท่านั้น และเมื่อใดก็ตามที่มีสติ คุณก็จะสามารถให้อภัยได้ ข้อดีของการให้อภัยคือเราจะพ้นทุกข์และพ้นจากความเกลียดชังทั้งปวง

สิ่งเหล่านี้ต้องทำและฝึกตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ใช่ว่าจะทำและเห็นผลกันง่าย ๆ อย่าลืมว่าเราไม่ควรเสียเวลาอันมีค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความเกลียดชังมากนัก เพราะความเกลียดก็เหมือนสุมไฟในอกตัวเอง คนที่จะโดนไฟคลอกตา ย ก็คือคุณนั่นเอง

ขอขอบพระคุณที่มา: issue247 และ verrysmilejung
Advertisements

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.