แจกสูตรทำน้ำมะกรูดผสมโซดา สุดยอดน้ำสมุนไพรช่วยลดไขมันในเลือดได้ดีมากๆ

Advertisements

สูตรทำน้ำมะกรูดผสมโซดา สุดยอดน้ำสมุนไพรช่วยลดไขมันในเลือดได้ดีมากๆ

วันนี้เราขอแนะนำสมุนไพรรักษาโรค สูตรดื่มน้ำมะกรูดผสมโซดา ลดไขมันในเลือดได้ดีมากๆ โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่า…

มีชายขายไอศกรีมคนหนึ่ง ชิมไอศกรีมทุกๆ วัน วันหนึ่งไปเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พบว่าเขามีไขมันเกือบ 500 ไปรับยาโรงพยาบาลมาทาน 30 วัน ไขมันลดเหลือ 350 ไม่ลง


ตาก็ฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็นต้องใส่แว่นไปขายไอกรีม มีคนบอกว่า “ลองทานมะกรูดกับโซดาตอนเช้าดูสิ” หลังจากนั้นคนขายไอครีมก็ได้ไปทำดู เวลาผ่านไป 10 วัน ไปตรวจเลือด เหลือเพียง 80 -100 เลือดกับมาดี ไม่มีไขมัน

จึงบอกเป็นวิทยาทาน ระวังอย่าตั้งอยู่ในความประมาทนะคะ

ส่วนผสมน้ำมะกรูดผสมโซดา

1. มะกรุด 1 ผล

2.โซดา 1 หรือ 2 ขวด

วิธีทำน้ำมะกรูดผสมโซดา

– บีบน้ำมะกรูด 1 ผล ผสมกับโซดา 1 ขวด หรือตามปริมาณที่ต้องการต่อ 1 แก้ว คนให้เข้ากัน ควรทานตอนเช้าก่อนทานอาหาร 30-60 นาที่ ทุกๆ วัน

ประโยชน์ของมะกรูด

1. มะกรูดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและต้านทานโรค

2. ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้ผิวมะกรูดสดฝานเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ช้อนแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม 1-2 ครั้ง (เปลือกผล)

3. ใช้ปรุงเป็นยาช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง

4. ใช้แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ช้ำในได้อีกด้วย

5. ช่วยฟอกโลหิต ด้วยการนำผลมะกรูดสดมาผ่าเป็น 2 ซีกแล้วนำไปดองกับเกลือหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 เดือน แล้วรินเอาแต่น้ำดื่ม จะช่วยฟอกโลหิตได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของ “โซดา”

โซดาคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกนำมาอัดรวมกับน้ำเปล่า มีฤทธิ์เป็นกรด โซดาผสมกับเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด เพราะโซดามีความซ่า เพิ่มความสดชื่นให้เครื่องดื่มอร่อยขึ้นได้ง่าย

แถมสูตรการทำน้ำมะนาวโซดา

สูตรมะนาวโซดาง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี

1. เทโซดาลงไปราว 1/3 ของภาชนะ (แก้ว ขวด หรือเหยือก)

2. บีบมะนาวลงไป 1 เสี้ยว ไม่ต้องเยอะ พอได้กลิ่นหอมๆ

3. เติมน้ำเปล่าลงไปจนเต็ม คนให้เข้ากัน

4. นำเข้าตู้เย็น เพื่อความสดชื่น

ข้อควรระวังในการดื่มมะนาวโซดา

สามารถดื่มได้ทุกเวลา แต่หากดื่มตอนเช้า ควรรีบทานอาหารเช้าทันที หรือเปลี่ยนไปทานหลังมื้ออาหารแทน เพราะมะนาวโซดาจะเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร อาจทำให้แสบท้องได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook , jitpensook
Advertisements

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.